[SF]หนูน้อยหมวกแดง
posted on 19 Jul 2008 23:18 by rodemec3Re-Write by Rodem
ณ ดินแดนแห่งเทพนิยาย ยังมีเมืองเล็กๆอยู่ในหุบเขาเขียวชะอุ่ม แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติน่ารื่นรมณ์
ในบ้านหลังเล็กๆหลังหนึ่ง
“อย่าถอดผ้าคลุมนี้เชียวล่ะ หนูคือลูกของฉันตั้งแต่วันนี้” ร่างสูงสง่าพูดกับเด็กชายตรงหน้าด้วยเสียงทุ้มอ่อนโยน
พร้อมกันนั้นก็ใส่ผ้าคลุมสีแดงลงไปบนศีรษะเล็กนั้นด้วย ผ้าคลุมสีแดงทิ้งระบายลงมาปิดเกือบครึ่งหน้าของหนูน้อย
“หน้าตาแบบนี้ของหนูให้คนอื่นเห็นไม่ได้หรอก... มีหวังได้เจอเรื่องไม่ดีแน่” เมื่อผูกโบว์ที่ใต้คางเสร็จ ชายร่างสูงก็ช้อนตัวเด็กชายขึ้นมาอุ้ม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงฟังดูจริงใจและเป็นห่วงเหลือแสน
“จำไว้นะ มีฉันคนเดียวที่รักหนู มีแค่ฉันเท่านั้น” ชายร่างสูงพูดซ้ำๆราวกับคนเพ้อไข้
ดวงตาสื่อความหมาย เด็กน้อยรู้สึกอุ่นใจ
...มีแค่ฉัน...
ใจกลางของหมู่บ้านมักจะคึกคักตลอดวันร้านรวงสองข้างทางเปิดรับลูกค้าที่มีมาไม่ขาดสาย ทั้งคนที่เดินทางผ่านมาเป็นขาจร และขาประจำที่คุ้นหน้ากันอยู่ และที่นี่ก็เช่นกัน ร้านเล็กๆที่มีการค้าขายสุราอาหาร เครื่องดื่มกินทั่วไป ถึงแม้จะเป็นเวลากว่าค่อนวันแล้ว ร้านยังคงมีผู้คนเข้ามานั่งอยู่เรื่อยๆ
“สาวร้านขนมปังเสร็จฉันก่อน แล้วตามด้วยสาวร้านรองเท้า แล้วก็แม่สาวที่ชื่อเจเจ เฉียบขาดเลยล่ะ” บนโต๊ะไม้กลางเก่ากลางใหม่เกลื่อนไปด้วยเหรียญเงิน ซึ่งหากนับเป็นมูลค่าแล้วคงมีจำนวนมากพอสมควร
“โทษที เดิมพันคราวนี้ฉันชนะ” ชายหนุ่มหน้าหล่อยิ้มกริ่ม ภูมิใจเป็นที่สุด เพราะในเมื่อสิ่งตรงหน้าคือกำไรเห็นๆ นอกจากจะได้กอดสาวค่อนหมู่บ้านแล้วยังรับทรัพย์ไปเหนาะๆ ด้วยรูปร่างหน้าตาที่หล่อสมส่วนจึงสามารถทำให้สาวๆตกหลุมพรางเขาได้โดยง่าย วูล์ฟ คือฉายาที่เจ้าตัวแสนภูมิใจ
“สาวๆเกือบทั้งหมูบ้านจะเสร็จนายหมดหรือไงเนี่ยยูชอน” เพื่อนร่วมโต๊ะที่ลงขันพนันด้วยบ่นอย่างแอบหัวเสียเล็กๆ
“ไม่มีผู้หญิงที่เจ้าหมาป่าล่าเนื้อนี่เอาไม่อยู่หรอก” ชายหนุ่มอีกคนพูดพลางถอนหายใจ ยูชอนยิ้มรับอย่างเต็มใจ
“ผู้หญิงน่ะ พอถูกชมเข้าหน่อยก็ดีใจอ้าแขนรับแล้ว โดยเฉพาะสาวที่ไม่สวยเลิศ แต่ก็ไม่อัปลักษณ์”
ยูชอนว่าพลางหยิบผลไม้ลูกเล็กเข้าปาก มืออีกข้างท้าวคางไว้อย่างสบายอารมณ์
“สวยจัง ตาเหมือนดวงดาว อยากมองตลอดไปเลย” ตัวอย่างคำป้อยอสาวถูกพ่นออกมาอย่างชำนาญ
ราวกับว่าท่องคำพูดบทเดิมซ้ำๆกันมาตั้งแต่เกิด
“แล้วก็จ้องไว้ ยิ้มหวานให้ ประโยคสุดท้ายก็... สงสัยรักเข้าแล้ว” เทคนิคแพรวพราว
หาตัวจับยากทีเดียวสำหรับลูกไม้ตื้นๆที่มีไว้สำหรับสาวหน้าใสใจง่ายที่มีอยู่ดาษดื่น
“เฮ้อ สัตว์ป่าสมฉายาเลย ไม่คิดจริงจังบ้างเลยรึ” ชายผิวแทนคนหนึ่งถามขึ้น
“ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่า ไม่มีที่ที่ให้ฉันจริงจังต่างหาก” ยูชอนพูดแล้วคลอเสียงหัวเราะในลำคอ
“ถึงหลอกสาวมาเท่าไหร่ แต่อุดมคติฉันคือสาวใสบริสุทธิ์ ไร้เดียงสาเหมือนเด็ก สาวแบบนั้นสิ ถึงจะน่าจริงจัง
เกมแบบนี้ก็คือหนึ่งในวิธีหาสาวแบบนั้น” ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างหมาป่าเจอเหยื่อ
“แต่ถ้าเป็นพวกสาวๆล่ะก็ หมู่บ้านนี้คงไม่มี น่าเสียดาย” ยูชอนพูดราวกับคิดไม่ตก
"ก็นายงาบหมดแล้วนี้เจ้าวูล์ฟ” “งั้นคนนั้นล่ะ เด็กผ้าคลุมแดงที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน”
“อ๊ะ นั่น ได้ยินว่าพ่อเลี้ยงรักมาก ไม่เคยมีใครเห็นหน้าด้วย นั่นล่ะใสบริสุทธิ์ของแท้” ชายผิวแทนหันไปมอง
เด็กน้อยผ้าคลุมแดง ที่มาซื้ออุปกรณ์เกษตรพร้อมกับพ่อเลี้ยง
“เขาว่า พ่อแม่ตายเพราะอุบัติเหตุ ตัวเองมีแผลเป็นหน้าเกลียดที่หน้า พ่อเลี้ยงก็เลยให้ปิดหน้าไว้”
“ฮะฮะฮะ ชางมินฉันว่าคราวนี้ยูชอนคนเก่งคงหมดปัญญามั้ง ชมให้ตายเขาก็ไม่แลหรอก”
ชายหนุ่มอีกคนเอียงตัวไปพูดกับชายหนุ่มผิวแทน พลางยักคิ้วให้ยูชอน
“เฮ้ยๆๆ ฉันก็มีสิทธิ์เลือกนะ” ยูชอนโวยทันที ก็แหม ถ้าเด็กผ้าคลุมแดงนั่นน่าเกลียดอย่างที่ว่าถึงจะอยากชนะเดิมพันแค่ไหนเขาก็ไม่อยากจะสุงสิงด้วย
“โฮ่ เข้าใจแก้ตัว มีคนที่วูล์ฟจะโค่นไม่ลงซะแล้วมั้ง”
“อย่าดูถูกกัน แบบนั้นน่ะง่ายๆ” ด้วยนิสัยชอบเอาชนะ จึงโพล่งออกไป ทั้งที่ในใจก็ยังคิดไม่ตก
“งั้นพนันกันมั๊ย” ชางมินยื่นข้อเสนอที่วันนี้เจ้าตัวดูจะมั่นใจซะเหลือเกิน
“เออ ได้เลย” ยูชอนรับคำอย่างไม่ลังเล
“งานนี้ชนะใสๆ” สองเพื่อนหัวเราะชอบใจยกใหญ่ เจ้าเด็กผ้าคลุมแดงนั่น วันๆพ่อแทบไม่ให้ออกจากบ้าน
แต่จะเอาอาหารไปส่งที่บ้านยายอาทิตย์ละครั้ง ยูชอนซึ่งเฝ้าสังเกตการณ์เรื่อยมาทำให้พอจะรู้มาบ้างว่ากิจวัตรของเหยื่อรายใหม่มีอะไรบ้างที่พอจะเข้าทางเขา
เฮ้อ... ติดกับเจ้าพวกนั้นจนได้
วันนี้แหละ ฉันจะทำให้พวกแกดู ยูชอนเดินคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย แต่แล้วกลับต้องชะงักฝีเท้า
“เจอแล้ว รีบไปดักข้างหน้าก่อน” รับพนันไว้แล้ว ทำไงได้ แค่ครั้งเดียวพอ ทนๆจีบให้มันเสร็จๆไป
“ผ้าคลุมแดง” ยูชอนเดินมาขวางทางเอาไว้ เด็กน้อยหยุดเดิน
“ไม่เจอซะนาน แต่สำหรับเธอคงครั้งแรก ฉันชื่อยูชอนยินดีที่ได้รู้จัก” เจ้าหมาป่าทักทายพร้อมแนะนำตัวเสร็จสรรพ
“..............” เด็กชายก้มหน้านิ่ง
โธ่เอ้ย ตอบบ้างสิ ทางนี้ก็ไม่ได้อยากคุยด้วยนักหรอก แต่ก็ทำได้แค่คิดในใจ
“จะไปไหนเหรอ ฉันว่างอยู่ ไปเป็นเพื่อนนะ” เด็กชายขยับตะกร้าที่ถือมาด้วยเล็กน้อย
แล้วใช่นิ้ววาดจากขวาไปซ้ายเป็นรูปครึ่งวงกลม เฮ้ ไม่พูดด้วยรึไง ไม่มีเสียงกอดไปก็ไม่สนุกน่ะสิ
“อ๋อ จะกลับเหรอ” ตัวก็เล็ก ผอมกะหร่อง เสื้อผ้าก็เก่ามอมแมม แย่จนเปรียบไม่ถูกเลย ถึงพนันไว้มันก็น่าเศร้าเกินไป
เด็กชายทำท่าจะเดินผ่านไป แต่ยูชอนกลับฉวยผ้าคลุมสีแดงนั้นไว้จนหลุดติดมือมา
“อ๊ะ” เด็กชายออกเสียงอุทาน
สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำเอายูชอนตกตะลึง อะไรกัน! ผู้ชายหรอกเหรอเนี่ย แต่หน้าสวยกว่าผู้หญิงเสียอีก
น่าเกลียดที่ไหน นี่น่ะเหรอเด็กผ้าคลุมแดง
“เอาคืนมา ขะ ขอผ้าคลุมคืน” สายตาเว้าวอนน่ารัก ราวกับเด็กช่างอ้อน
เด็กชายเห็นทีเผลอจึงโผตัวเข้าไปจะชิงผ้าคลุมจากชายตรงหน้าคืน ยูชอนเบี่ยงตัวหลบแต่ไม่พ้น ผ้าติดมือเด็กชายอยู่
ยูชอนดึงกลับเต็มแรง ผ้าคลุมสีแดงฉีกขาดเป็นสองส่วน
“เอ่อ ขอโทษ”
“ทำไงดีล่ะ” ดวงตาใสเริ่มมีน้ำคลอ เด็กชายทำท่าจะร้องไห้
“โดนพ่อดุแน่เลย” เด็กชายกอดผ้าคลุมไว้แนบอก แล้วหลั่งน้ำตา น่ารักอะไรขนาดนี้
“ว่าแต่เธอพูดได้นี่นา แล้วเงียบทำไม พ่อบอกห้ามคุยกับคนแปลกหน้าเหรอ”
“ยกโทษให้ผมด้วย”
“ยกโทษอะไร”
“ก็หน้าตาน่าเกลียดแบบนี้ ถ้าชาวบ้านเห็นเข้าจะโดนข่มเหงได้ พ่อเลยให้ปิดหน้าไว้ตลอด”“เธอหน้าเกลียดที่ไหน ไม่มีใครทำแบบนั้นหรอก ให้ลูกชายแสนสวยปิดหน้าปิดตามาตลอด นี่สิแย่กว่า”
ยูชอนพูดออกไปตามที่คิด
“เปล่านะ” เด็กชายขึ้นเสียงเล็กน้อย
“พ่อน่ะเป็นคนใจดี ผมเป็นแบบนี้ก็ยังเลี้ยงดู คนที่รักผมจากใจมีแค่พ่อ พ่อรักผมอยู่คนเดียว”
อะไรกัน ใจเต้นตึกตักตั้งแต่เมื่อกี้ แพ้ภัยเด็กเหรอเนี่ยเรา
“รู้แล้ว ไม่บอกใครหรอก สัญญา”
“ขอบคุณครับ คุณเป็นคนใจดีจัง”
“เธอน่ะเป็นเด็กผู้ชายที่หน้าตาสวยกว่าผู้หญิงซะอีก ถ้าชาวบ้านเห็นเข้า เป็นใครก็รักเธอทั้งนั้น ฉันนี่แหละคนแรกเลย”
“ตัวอัปลักษณ์ คนจะรักเหรอ” เด็กชายกำมือแล้วจ่อไปที่ริมฝีปากอย่างครุ่นคิด
อะไรน่ะ คิดว่าตัวเองน่าเกลียดจริงๆรึไง
“หรือว่าสายตาไม่ดี” สั้นหรือยาว เด็กชายทำหน้าสงสัย
“เอางี้ สีท้องฟ้ากับเมฆ อันไหนสีฟ้า”
“ท้องฟ้าสิ”
“มีกระรอกอยู่ตรงนั้น”
“น่ารักดี”
ยูชอนเด็ดดอกไม้ใกล้ๆแถวนั้นมาให้กับเด็กชาย
“ขอบคุณครับ” สิ่งที่ยูชอนพยายามพิสูจน์ทำเอาเขาต้องเกาหัวอย่างคิดหาคำตอบ
ไม่รู้ว่าอะไรคือสวยมั้ง
“เห็นหน้าฉันแล้วคิดยังไง”
“ก็ยังหนุ่มและหล่อมากด้วย” เด็กชายตอบอย่างไม่ลังเลสักนิด
ก็ปกตินี่หน่า แปลก
“เคยเห็นหน้าตัวเองมั๊ย”
“ที่บ้านไม่มีกระจก”
โธ่เอ้ย!!
“มานี่” ยูชอนดึงแขนเล็กๆ ฉุดกระชากลากถูมาจนถึงสระน้ำใกล้ๆแถวนั้น แล้วจับศีรษะให้ชะโงกหน้ามองลงไปในน้ำ
สิ่งที่เด็กชายเห็นคือเครื่องหน้าหวานงดงามหมดจด ดวงตากลมโตเหมือนลูกอัลมอนด์ จมูกรั้น ริมฝีปากเล็กบาง
ถึงจะมองไม่ชัดนักแต่ก็เห็นว่ามันออกจะเป็นสีชมพูแดงๆ
“นั่นใครเหรอ”
“เธอไง เป็นไงน่าเกลียดมั๊ย”
“นี่ผมเหรอ” เด็กชายตกใจใช้มือลูบหน้าตัวเองไปมา
“พ่อเธอโกหกแล้ว บังคับให้เอาผ้าคลุมหน้า...”
“อย่านะ อย่าว่าพ่อ ก็พ่อน่ะออกจะดูแลทะนุถนอมผมอย่างดี”
รักพ่อมากขนาดนั้นเชียว
“โทษที นั่นสิ พ่อเธอเลี้ยงดูเธอมาดี” ยูชอนหน้าเสียไปเล็กน้อย
ก็เขาไม่รู้นี่ว่าเด็กนี่จะรักพ่อมากขนาดนั้น เด็กชายก้มเอามือปิดหน้า
“คงเพราะเธอน่ารักมาก เลยไม่อยากให้คนเลวๆมารังแกมั้ง”
“คิดแบบนั้นจริงๆเหรอ” เด็กชายลดมือลง น่ารักเชียว
“อาฮะ แน่นอน”
“ค่อยยังชั่ว” รอยยิ้มสดใสค่อยๆจับประทับบนใบหน้าสวย
ยิ้มแล้ว... ยูชอ
น อย่าลืมสิ นี่คือการพนัน ป้อคำหวานแบบที่เคยไปเลย ยูชอนได้แต่เตือนตัวเองในใจ
“เธอรักพ่อที่ใจดีสินะ”
“ผมเคยได้ยินว่า คนอื่นนอกจากพ่อเป็นคนน่ากลัวทั้งหมด แต่คุณยูชอนก็เป็นคนใจดี แล้วคุณก็ดูดีมาก”
ใช่แล้ว... แล้วก็จ้องเข้าไว้ จ้องไว้...
ยูชอนโน้มตัวเข้าหาผู้พูดอย่างไม่ลังเล กดประทับลงไปบนริมฝีปากสวยอย่างจู่โจม แต่กลับแผ่วเบา แล้วดันตัวออก
เปลี่ยนอิริยาบทมาเป็นโอบกอดเด็กชายไว้แทน
แย่เลย ไม่ใช่การพนันแล้ว หยุดไม่ได้เลย เพิ่งเคยรู้สึกแบบนี้
“คุณยูชอน” ซุ่มเสียงตกใจ แต่กลับเบาโหวงราวปุยนุ่น
“รักนะ” ผู้ชายอะไรกัน ราวกับหิมะโปรยปรายจากฟากฟ้า น่ารักไปเสียหมด จิตใจบริสุทธิ์ไร้สิ่งใดแปดเปื้อน
ทั้งกิริยาท่าทางรึก็งดงาม
“ฉันรักเธอเข้าแล้วล่ะ คงตั้งแต่แรกเห็นเลย”
ใช่เลย คนนี้แหละ คนรักของฉัน ยูชอนดึงตัวเด็กชายเข้ามากอด
อยากมอบความอบอุ่นให้จากใจจริง
“รัก” เด็กชายดันตัวออกห่าง
“นอกจากพ่อแล้วคุณเป็นคนแรกที่พูดแบบนั้น” เด็กชายก้มหน้าไม่กล้าสบตา
“ไม่ชอบเหรอ ฉะ ฉันจริงจังนะ”
“ผมเอ่อ ผมรู้สึกแปลกๆ มันร้อนไปหมดเลย” เด็กชายเอามือกอดอกตัวเองไว้ เหมือนอากาศรอบข้างหนาวยะเยือก
แต่ใบหน้ากลับร้อนผะผ่าว
นั่นหรือคือการเริ่มต้นของความรัก...
ยูชอนย่อตัวก้มหน้าลงซุกไซ้ไปกับซอกคอเคลื่อนไหวย้อนขึ้นต้านทานแรงดึงดูด ริมฝีปากขบเม้ม
แลบเลียอย่างแผ่วเบาไม่ให้เกิดรอยฟกช้ำ เสื้อตัวยาวคลุมเข่าจนคล้ายชุดกระโปรงถูกถอดออกอย่างไมใส่ใจ
เด็กชายถูกกระแสอารมณ์ดึงดูดไปเสียแล้ว
“คุณยูชอน” ยูชอนเลียไปตามขอบของใบหู ทำเอาเด็กชายขนลุก แต่เสียวซ่านจับใจ
“แจจุง อยู่ตรงนี้เองเรอะ” ชายร่างสูงเดินมาอย่างเงียบเชียบแต่ขัดจังหวะสิ่งที่กำลังจะดำเนินไป ในมือถือปืนลูกซองกระบอกยาว ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างตื่นตระหนก เด็กชายตาเบิกโพลง ดีดตัวออกทันที นี่เหรอพ่อสุดเพี้ยน ดีล่ะ
“สวัสดีครับ ผม...” ยูชอนถูกชายร่างสูงที่แทรกตัวเข้ามาจนตัวเองเซออกไปอีกทาง
ทั้งที่พยามแนะนำตัวกับชายร่างสูงตรงหน้า
“ผ้าคลุมไปไหนซะล่ะ อ้อ เสื้อกองอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวพ่อเอามาใส่ให้นะ”
“เอ่อ คือผ้าคลุมผมเป็นคนทำขาดเองครับ” ยูชอนพยายามที่จะมีปากมีเสียงเพื่อเรียกร้องความสนใจของชายตรงหน้า
“ขอโทษครับ” อะไรกัน ไม่สนใจฉันเลยเหรอ
“ว่าแต่คนที่เห็นหน้ามีแค่คนนี้คนเดียวใช่มั๊ย” เปรี้ยง.... เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝูกนกที่เกาะอยู่ตามกิ่งไม้แตกฮือ
แจจุงตกใจ แต่ไร้เสียงกรีดร้องตามสามัญสำนึกของเด็กทั่วไป
ภาพต่อมาคือยูชอนคุกเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น
เลือดเหนียวแล่นขึ้นมาจากกระเพาะรสขมของมัน เพิ่มความเจ็บปวดเป็นเท่าทวี
“ทำไม” นั่นคือคำสุดท้ายของหมาป่าผู้โชคร้าย
“อยากรู้จักฉันเหรอ ฉันจอง ยุนโฮ และนี่คือแจจุงลูกชายของฉัน แต่จะเลี้ยงให้เป็นเมียในอุดมคติ”
ไม่ให้ใครเห็นหรอก แจจุงเป็นของฉันคนเดียว.....
จบ