Never Ending... -12-
posted on 15 Jun 2008 18:49 by rodemec3Story by Rodem
YunJae, YuSu FanFic
. . .Part 12. . .
ในขณะเดียวกันนั้น แจจุงพยุงร่างที่เหนื่อยอ่อนของตัวเองมาจนถึงเตียง ใบหน้าซบลงกับหมอน น้ำตาหยดแล้วหยดเล่า
ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดมันได้ง่ายๆ คิดอยากจะลองดี คิดอยากจะร้ายมันก็ต้องร้ายให้ถึงที่สุด แม้จะต้องแลกกับความเจ็บปวดมากกว่าเดิมเป็นเท่าทวี จะกรีดหัวใจของยุนโฮด้วยน้ำมือของตนเองโดยไม่คิดลังเลอะไรอีกแล้ว
ถ้อยคำด่าทอยังคงดังอื้ออึงอยู่ในหู จดจำได้แม่นยำทุกคำราวกับท่องมันมาอย่างดี
ครั้งแรกที่เห็นหน้ายุนโฮดีใจจนแทบบ้า
แต่อยากจะสั่งสอนให้รู้จักสำนึกถึงความเจ็บปวดซะบ้าง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามันเกินจะฟัง
++ ++ ++ ++ ++ ++ ++ ++ ++ ++ ++
“ฉันไม่ใช่แม่โสเภณีพวกนั้น”
“แล้วนายมันสะอาดกว่าแม่พวกนั้นตรงไหนล่ะ”
++ ++ ++ ++ ++ ++ ++ ++ ++ ++ ++
คำพูดราวกับน้ำกรดกำลังกร่อนใจจนเหวอะหวะ ไร้หนทางที่จะรักษา ความเจ็บซ้ำซากที่บาดลึกลงกว่าเดิม มันไม่ได้ช่วยให้แจจุงรู้สึกชิน และสามารถรับกับความรู้สึกนั้นได้เลย ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางด้านชา มือจิกกำผ้าปูที่นอนแน่นๆ หากนั่นเป็นคอคน คงได้เป็นอันหมดลมหายใจลงในไม่ช้าจากการเน้นย้ำอย่างเลือดเย็น
หวังว่าเราคงจะได้เจอกันอีกนะ ยุนโฮ...
น้ำตาไหลพราก ริมฝีปากยกยิ้ม ดวงตาไว้มาดร้ายอย่างเต็มตัว
คนร่างสูงเดินโซซัดโซเซราวกับไร้จุดหมายปลายทาง คนที่เดินผ่านต่างต้องหลีกทางพร้อมกับปิดจมูกแทบจะทันทีที่เดินเฉียดเข้าไปใกล้ชายหนุ่มหน้าหล่อ กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ลอยโชยมาตามลมมันเหมือนกับเค้าไปนอนแช่มันมาอย่างนั้น ยุนโฮมองทุกคนตาขวาง ปากก็พร่ำบ่นไม่หยุดไปตลอดทั้งทาง จนมาถึงที่นี่ ถึงแม้จะเจ็บปวด แต่เขายังต้องการมัน
ปัง ปัง ปัง!!
“เปิด เปิดหน่อย เปิดประตู เราต้องคุยกัน” ยุนโฮตะโกนเสียงดังจนทำให้แจจุงต้องรีบแง้มม่านออกดู
แจจุงยิ้มกริ่มชอบใจ กลับมาแล้วเหรอ เมามาซะด้วย
“เปิดสิโว้ย เปิด ฉันบอกให้เปิดประตู ออกมาเดี๋ยวนี้นะ เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง”
ยุนโฮรวบรวมกำลังและสติสัมปชัญญะจนตะโกนออกมาเป็นประโยคยืดยาวอย่างหัวเสีย แจจุงค่อยๆเดินทอดน่องออกมาเปิดประตูอย่างเชื่องช้า คนหลังบานประตูยิ้มแย้มจนเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้นเมื่อบ่ายกับคนตรงหน้า แล้วฉุดแขนร่างใหญ่ให้รีบเข้าไปในบ้าน ก่อนที่เพื่อนบ้านจะไม่พอใจ ยุนโฮเดินเข้าไปตามแรงดึงอย่างว่าง่าย จุดหมายปลายทางคือห้องน้ำ คือชักโครก
อ่ออก ฮะ อ้อก อุ อุ อ้อกก
ยุนโฮนั่งกอดคอห่าน ราวกับมันเป็นที่พึ่งสุดท้ายของปลายสวรรค์ แจจุงคอยยืนลูบหลังให้อย่างใจเย็น แล้วค่อยๆพยุงร่างสูงที่ตัวค่อนข้างจะหนักมาจนถึงโซฟา น้ำสะอาดเย็นชื่นใจพร้อมผ้าขนหนูผืนนุ่มถูกเตรียมออกมาอย่างลวกๆ เมื่อผ้าชื้นน้ำแตะลงไปบนใบหน้า แม้ไม่ได้ลืมตาแต่ยุนโฮรู้สึกถึงความอบอุ่นอย่างจริงใจ
สิ่งนี้ใช่ไหมที่เขาต้องการ สิ่งนี้สิ่งเดียวที่ยุนโฮไม่สามารถหาได้จากคนอื่น ความรู้สึกเบาหวิวเหมือนลอยอยู่ในอากาศ จนเผลอจับมือของแจจุงแล้วลูบไล้เบาๆที่หลังมือ หวังว่าคนตรงหน้าจะคล้อยตาม
แต่ผิดคาด สวรรค์วิมานที่กำลังเคลิ้มฝันถึงกลับพังทลายลงชั่วพริบตา เพราะแจจุงสะบัดมือออกอย่างไม่พอใจ แล้วปาผ้าทิ้งไว้ที่หน้าอกแกร่งของยุนโฮ
“แจจุงเราต้องคุยกัน นายต้องฟังฉันสิ รักฉันคนเดียวสิแจจุง” ยุนโฮพร่ำเพ้อทั้งที่ตายังไม่ลืมด้วยซ้ำ สองมือปัดป่ายควานหาตัวคนรักอยู่ในอากาศ แจจุงออกมายืนดูอาการของยุนโฮห่างๆ
ฉันรักนายคนเดียวยุนโฮ ไม่เคยรักใครได้เท่านาย และไม่เคยรักใครนอกจากนาย แต่ความเจ็บปวดที่ฉันจะมอบให้ช่วยรับมันไว้หน่อยแล้วกันนะ เผื่อมันจะช่วยเตือนความทรงจำของนาย ว่าความเจ็บปวด มันเป็นยังไง แจจุงยืนมองอย่างคนเลื่อนลอย จนยุนโฮเงียบไปแล้ว คงหลับไปแล้วสินะ
หลังจากแน่ใจวาคนตัวใหญ่หลับไปแล้ว แจจุงค่อยๆเช็ดตัวให้อย่างเบามือที่สุด อยากให้ยุนโฮรู้สึกสบายตัวมากที่สุด
แจจุงยังไม่แน่ใจในคำบอกรักของคนที่สติไม่สมประดี อยากจะแน่ใจกว่านี้ แต่ไม่ว่ายังไงก็จะคอยดูแลยุนโฮอยู่ห่างๆ ไม่ให้รู้ตัว
แจจุงค่อยๆลากร่างของยุนโฮจนมาถึงเตียงนอนที่เคยมีความทรงจำร่วมกัน ความฝันที่เคยจางหายไปแล้วกลับ
แจ่มชัดขึ้นมาใหม่ ยุนโฮกำลังนอนอยู่ข้างๆเขา เนื้อตัวอุ่นจนสัมผัสได้ แม้แต่ลมหายใจเบาๆแจจุงยังรู้สึกถึงมัน
ยุนโฮกลับมาหาเขาแล้ว เป็นยุนโฮที่มีตัวตน จับต้องได้ ไม่ใช่ยุนโฮที่เป็นเนื้ออากาศ ที่เป็นความว่างเปล่า แจจุงดันตัวขึ้นให้สูงกว่ายุนโฮแล้วโอบกระชับคนที่ไม่ได้สติตรงหน้าเข้ากับอก
‘คนรักที่นอนกอดกันจนฟ้าสาง’ ความอบอุ่นวิ่งไปทั่วทุกอณูของหัวใจ
คืนนี้แม้ฝัน ฉันก็จะเข้าไปกอดนายนะยุนโฮ ฉันตกเป็นทาสของนายตั้งแต่แรก และจนถึงตอนนี้ไม่มีเวลาไหน ที่ฉันไม่ใช่ทาสหของนายเลยนะ
แจจุงรู้สึกมีความสุขเหลือเกิน สมแล้วที่รอคอยการกลับมาของยุนโฮมาโดยตลอด ความรู้สึกแบบนี้แจจุงรู้ว่ายุนโฮก็คงต้องการมันเหมือนกัน และแน่นอนว่าความคิดทุกอย่าง ยุนโฮไม่มีโอกาสได้รับรู้ ช่วงเวลาแห่งความสุข มักจะผ่านเลยไปอย่างรวดเร็วจนแทบจะหายใจตามไม่ทัน เพียงไม่นานที่แจจุงนอนคิดอะไรเพลินๆ แล้วเผลอหลับไป สะดุ้งตื่นอีกทีก็ตอนที่แสงแดดของวันใหม่เริ่มกระจายสีขึ้นสู่ท้องฟ้า คนข้างๆยังหลับไม่รู้เรื่อง แจจุงรีบลุกออกไปจากห้อง เพียงไม่นานคนตัวเล็กก็ขึ้นมาพร้อมกับโจ๊กร้อนๆ หอมกรุ่น
ยุนโฮยังหลับอยู่โดยไม่มีท่าทีว่าจะตื่นง่ายๆ แจจุงนั่งเพ่งพิจารณาใบหน้ายามหลับของคนตรงหน้า ทุกอย่างที่เป็นยุนโฮ
อยากจจะจดจำให้ได้ทุกรายละเอียด หน้าผาก คิ้ว ตา จมูก ปาก ทุกสิ่งที่เป็นยุนโฮ ไวเท่าความคิด แจจุงกระโดดขึ้นไปนั่งคร่อมบนตัวของร่างที่หลับอยู่ ค่อยๆย่อตัวลง แล้วเอียงหูแนบกับแผงอกกว้าง แม้แต่เสียงหัวใจ ยังอยากจะจดจำไว้ให้นานเท่านาน...
เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ จนกระทั่งมีแขนหนาเอื้อมมาโอบรอบเอว แจจุงถึงได้ดีดตัวออกมาจากอ้อมอกอบอุ่นที่เฝ้าคิดถึงมาตลอด
“อรุณสวัสดิ์ครับ ที่รัก” ยุนโฮกล่าวคำทักทายด้วยรอยยิ้มละมุน ทำเอาแจจุงหน้าแดง
“กินข้าวแล้วกลับบ้านตัวเองไปซะ” ถ้อยคำขัดกับท่าทางอย่างชัดเจน
“ทำให้เหรอ ขอบคุณครับ ที่รักของผมน่ารักที่สุดเลย” ยุนโฮยิ้มจนตาหยี
“แต่ว่ามันเย็นหมดแล้วอ่ะ อุ่นให้หน่อยได้มั๊ย” ความจริงไม่ได้อยากให้คนรักต้องลำบาก เพียงแค่ตัวเขาอยากจะ ยื้อเวลาตรงนี้ไว้ให้นานที่สุด แจจุงก็ทำตามอย่างว่าง่ายโดยไม่ปริปากพูดอะไรทั้งสิ้น เมื่อกลับมาอีกทีคนตัวใหญ่ก็อยู่ในชุดผ้าขนหนูผืนเดียวซะแล้ว แจจุงรู้สึกร้อนผ่าวไปถึงใบหู
“วางไว้ตรงนี้นะ” ขณะที่คนสวยกำลังจะออกไปจากห้อง ยุนโฮก็คว้ามากอดไว้ซะก่อน
“อะไรอีกเล่า” แจจุงดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงรำคาญ
“ดุเก่งจัง” แล้วหอมแก้มไปฟอดใหญ่ ยุนโฮพยายามใช้ความอบอุ่นเป็นที่พึ่ง เผื่อว่าจิตใจที่แข็งและเย็นชาจะผ่อนคลาย
ลงมาบ้าง แจจุงสะบัดตัวหนีออกจากห้องไป เขาผิดจนไม่น่าให้อภัยเลยเชียวหรือ
ความอบอุ่นแสนปวดร้าวปกคลุมรอบกาย สีหน้าและสายตาที่สื่อความหมายว่า ...เจ็บเหลือเกิน
To Be Continued. . .