Never Ending... -7-
posted on 12 May 2008 10:48 by rodemec3Story by Rodem
YunJae, YuSu FanFic
Rate PG 17
. . .Part 7. . .
ท้องฟ้าขึ้นสีจัด ลมหนาวสะท้านโชยเอื่อย ลมบางเบาหอบเอาความเจ็บร้าวเข้าไปถึงหัวใจมาฝาก ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่มีวันหยุด เหมือนสายลมแห่งความเจ็บปวดนี้ไม่เคยเหนื่อย ไม่เคยจากไปไหน แม้หัวใจโดนกรีดเจียนตายแต่เหมือนเบื้องบนยังสนุกที่ได้เห็นผลตอบแทนของการกระทำครั้งนั้น เขาจึงไม่เคยได้ตายสมใจ ไม่เคยหลีกหนีมันไปได้ ไม่เคยฉุดตัวเองให้พ้นขึ้นมาจากความเจ็บที่ประทับเป็นรอยแผลราวกับโดนนาบด้วยเหล็กร้อน
แผลซึ่งไม่มีวันรักษาให้หายได้ ไม่ว่ายาดีขนาดไหน แต่สิ่งเดียวที่สามารถยึดเหนี่ยวจิตใจ เยียวยารอยแผลนั้นได้เขาขว้างมันทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ในยามนี้ที่ต้องการ สิ่งนั้นกลับไม่อยู่ในมือเสียแล้ว เวลาที่ผ่านไปดูเชื่องช้าไร้ความหมาย นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่จากมา แล้วตอนนี้คนที่จากมาจะเป็นตายร้ายดีอยู่ที่ไหน
เป็นเวลาเกือบสองอาทิตย์แล้วที่ยุนโฮหยุดความเคลื่อนไหวต่างๆในชีวิต ทุกๆวันได้แต่นอนฝังตัวอยู่ในที่นอนนุ่มนิ่มที่แสนเย็นชืด เสียงกระเพาะร้องโครกครากแต่ยุนโฮกลับไม่มีความรู้สึกอยากกิน ลำคอแห้งผาก ดวงตาไร้แวว เหม่อมองออกไปยังท้องฟ้ายามเย็น รอยยิ้มไร้ความหมายฉาบบางๆบนใบหน้า ท้องฟ้าสีโทนร้อนนี้ไม่ได้ช่วยให้หัวใจอบอุ่นชุ่มชื่นเหมือนเช่นเคย
เวลานี้สมองเหมือนหยุดสั่งการ อารมณ์เหี่ยวเฉา มีความรู้สึกเพียงบางเบาเหมือนถูกปลิดขั้วหัวใจ แจจุงมีอิทธิพลต่อหัวใจของเขามากมายขนาดนี้โดยที่เจ้าตัวก็ยังไม่เคยรู้ ไม่เคยได้รู้ว่าตนเองขาดแจจุงไม่ได้ เพราะไม่เคยห่างกันเลยตลอดระยะเวลา 3 ปีที่คบกัน ช่วงเวลาทุกช่วงที่เคยแสนมีความหมาย กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายเขาในยามนี้ แม้จะห่างกันมาได้สักพัก แต่เวลาไม่ได้ช่วยทำให้หัวใจด้านชาไร้ความรู้สึก กลับยิ่งบีบให้เจ็บปวด และได้แต่รอวันแตกสลาย
‘ฉันมันก็แค่ไอ้โง่คนหนึ่งเท่านั้นสินะ... แจจุง นายทำฉันเจ็บมากรู้ตัวมั๊ย’
ยุนโฮกัดฟัน แววตาวูบหนึ่งหวั่นไหว น้ำตารื้นขึ้นจนแสบจมูก
‘ฉันเจ็บปวดก็เพราะนาย แต่ฉันไม่เคยลืมนาย และไม่มีเวลาไหนที่ฉันหยุดรักนายได้เลย’
ยุนโฮปาดหยาดน้ำใสไม่ให้หล่นร่วงมาทิ้งคราบความเจ็บปวดให้เห็น เหมือนมีบางสิ่งดึงดูดจิตใจให้เดินไปอาบน้ำแต่งตัว ได้เวลาเปลี่ยนตัวเอง หน้ากระจกบานใหญ่ผู้ชายใบหน้าหล่อเหลาคนใหม่ยืนอยู่ที่นั่น โค้ทสีดำเข้ารูป เข้ากันดีกับเสื้อยืดสีขาว
ยุนโฮยืนหมุนซ้ายหมุนขวาเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนเดินออกไปอย่างอารมณ์ดี ยิ้มมุมปากย้ำถึงเสน่ห์ที่มีอยู่เต็มเปี่ยม เสียงผิวปากดังก้องกังวานไปทั่วทางเดินที่ทอดตัวยาวเหยียด เสียงกุญแจแกว่งไกว เหมือนเป็นสัญญาณของการเริ่มชีวิตใหม่
“แจจุง นายรอฉันก่อนนะ ฉันกำลังจะกลับไปหานายเดี๋ยวนี้แหละ”
ยุนโฮพึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มกว้าง หัวใจเต้นแรง ตื่นเต้นจนแทบสำรอก อดใจรอไม่ไหวที่จะได้พบหน้า หวังไว้ในใจว่ายังไงแจจุงก็ไม่มีทางทิ้งบ้านของ “เรา” ไปอย่างแน่นอน คิดได้แค่นั้นหัวใจก็เหมือนถูกเติมเต็มอีกครั้ง หากได้เจอกัน จะกอดให้หายคิดถึง จะจูบให้ลึกจนหายใจไม่ออก จะปรนเปรอให้ในสิ่งที่แจจุงขาดหาย พร่ำคำรักหวานหูที่แจจุจงเคยอยากได้ยินไปจนเบื่อ หัวใจพองโต บางอย่างตื่นตัว
รอผมนะคนดี...
_._._._._._._._._._._._._._._._._._._._._._._._._._._._._._._._._._.
วันเวลายังคงดำเนินไป แจจุงยังคงใช้ชีวิตแบบเดิมที่เรียบง่าย แสนจะธรรมดา ถึงจะเหงาอยู่สักหน่อย แต่จุนซูและยูชอนก็คอยแวะเวียนมาอยู่เป็นเพื่อน ทำให้คลายเหงาลงไปได้บ้าง แจจุงไม่ชอบอยู่เฉยๆปล่อยเวลาให้ไร้ค่าผ่านเลย จนวันนั้นแจจุงสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่หน้าบ้านขณะออกไปเก็บจดหมาย ช่อดอกไม้ช่อใหญ่ส่งกลิ่นหอมจางๆลอยมาตามลม กระดาษสีสวยพร้อมด้วยริบบิ้นสีหวาน
แจจุงหันมองซ้ายทีขวาทีก็ไม่เห็นใครอยู่แถวนั้นเลย นึกสงสัยว่าส่งผิดบ้านรึเปล่า คิดว่าเสียมารยาทอยู่สักนิดหากว่ามันไม่ใช่ของตนเอง แต่แจจุงก็หยิบขึ้นมาอังที่ปลายจมูก กลิ่นหอมธรรมชาติอวลอยู่ทั่วบริเวณ เมื่อแน่ใจแล้วว่าช่อดอกไม้ช่อนี้ไม่มีเจ้าของ แจจุงจึงนำไปจัดลงแจกันแก้วใบสวย ดอกลิลลี่สีขาวนวลคลี่กลีบสะพรั่ง หยดน้ำเกาะพราว ดอกยิปโซเล็กๆแซมตัวออกมาจากช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ ทุกอย่างดูลงตัว ดอกไม้แต่ละดอกถูกคัดสรรมาอย่างดีแล้วนำมาวางไว้ในห้องนอน ดูสดชื่น และผ่อนคลาย ทำให้ห้องนอนดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกนิด แจจุงนั่งชื่นชมดอกไม้อยู่สักพักแล้วจึงละตัวไปทำงานอย่างอื่นที่คั่งค้างไว้
วันนี้แจจุงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ อยากยิ้ม อยากหัวเราะทั้งวัน จังหวะการก้าวเดินรวดเร็วพริ้วไหวราวกับเต้นรำ ใช่! แจจุงกำลังเต้นรำกับตัวเองอยู่ภายในบ้าน โดยไม่ทันได้สังเกตว่ามีอีกคนมองเขาอยู่ห่างๆ รอยยิ้มนิดๆนั้นดูเหมาะกับอากาศเย็นสบาย ดวงตาเป็นประกาย หัวใจเต้นโครมครามราวกับจังหวะการก้าวย่างของแจจุง และบางอารมณ์ก็อดนึกขันในใจไม่ได้ที่เห็นแจจุงกระโดดโลดเต้น หมุนตัวไปมาราวกับเด็กเล็กๆ
แต่เหมือนลมวูบหนึ่งพัดเอาความคิดบางอย่างเข้ามาในสมอง สั่งการให้รอยยิ้มพราวนั้นหยุดชะงักทันที และในวินาทีเดียวกันนั้นร่างสูงกำยำก็เดินออกไปจากบริเวณที่มีร่องรอยของความสุข รอยยิ้มและเสียงหัวใจเต้นดังถูกทิ้งไว้ที่ตรงนั้นเช่นกัน แจจุงผู้ร่าเริงในวันนี้ยังคงเต้นรำต่อไปไม่รู้จักเหนื่อย รอยยิ้มใสคละเสียงหัวเราะดังออกมาจากลำคออย่างแผ่วเบา
แจจุงวิ่งขึ้นไปที่ระเบียง เพื่อรับเอาอากาศสดชื่น แต่สายตาเหลือบไปเห็นร่างของบางคนที่กำลังเดินจากไป ร่างชายผู้นั้นคุ้นตา ถึงแม้จะไม่ได้เจอกันนานแล้ว แต่แผ่นหลังกว้างนั้นแจจุงไม่เคยลืม ไออุ่นนั้นไม่มีวันไหนที่แจจุงไม่คิดถึง เหมือนฟ้าเล่นตลก ทั้งที่อยากจะตามไปดูหน้าให้แน่ใจ แต่เหมือนมีสิ่งดลใจให้มองเขาอยู่แบบนั้น ไม่รู้สึกเสียดาย ไม่รู้สึกอยากรู้อยากเห็นอีก ไม่รู้สึกเจ็บปวด ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น...
ท้องฟ้าวันนี้เปิดกว้างและดูสูงกว่าทุกวัน ปุยเมฆดูนุ่มเบาลอยเคว้ง แจจุงหลับตาเงยหน้าขึ้นสุดสูดกลิ่นลมหนาวที่ปกคลุมบางๆอยู่โดยรอบ มือเกาะขอบระเบียงไม้สีน้ำตาลอ่อน เสื้อยืดสีขาวทับด้วยเสื้อไหมพรมสีครีมดูอบอุ่นอ่อนโยน เส้นผมสีดำปลิวคลอไปกับสายลม
วันนี้แจจุงดูมีความสุขจัง เพราะอะไรกันนะ เพราะอากาศ หรือเพราะดอกไม้ช่อนั้นกันแน่...
.
.
.
To Be Continued. . .
Talk : ก่อนอื่นเลยขอบคุณมากนะคับ สำหรับคอมเม้น รู้สึกดีใจมากๆ
ขอบคุณอีกทีคับ m(_ _)m
หลายคนบอกว่าแต่ละพาร์ทมันสั้นไป ตรงนั้นต้องขอโทษด้วยคับ
เพราะเพิ่งแต่งครั้งแรกการแบ่งตอนเลยโคดมั่ว
เพราะไม่รู้จะแบ่งยังไงเลยค่อยๆทำไปก่อน
แล้วอีกอย่างเพราะคิดว่าจะมาอัพทุกวันเลยคิดว่าลงสั้นๆไปก่อนไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไร ยังไงก้อขอโทดด้วยนะค้าบบบ
ขอบคุณคับผม ^_^
ดีจายจัง มีบล็อกแล้วเหรอออออ
เค้าอาจจะไม่ได้อ่านนะ เพราะอะไรรู้อยู่
แต่ถ้าตะเองอัพ เค้าจาเม้นต์ให้ทุกครั้งเลยจร้า สัญญา
#1 By Ojisama on 2008-05-12 14:21